ออมอย่างรู้เท่าทัน ฝากประจำธนาคารไหนดี 2562 ให้ดอกเบี้ยสูงแถมปลอดภาษี

ฝากประจำธนาคารไหนดี

             ยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง ปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ รุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM 2.5 ก็ดี โอโซนเป็นพิษก็ดี หรือปัญหาระดับโลกอย่างไวรัสไวร้ายโคโรน่า หรือ COVID-19 ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปอย่างน่าใจหาย การวางแผนทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรเร่งทำ เพื่อเตรียมรับมือกับความอยู่รอดในอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะมาถึง ธนาคารจึงกลายมาเป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่จะมาช่วยขับเคลื่อนแผนการเงินของคุณ คำถามจึงเกิดขึ้นว่า แล้วเราควรเลือกออมเงินหรือลงทุนแบบใดดีที่จะเจอความเสี่ยงน้อยที่สุด ฝากประจำใช่คำตอบหรือไม่? และถ้าใช่ควรเลือกฝากประจำธนาคารไหนดี วันนี้เราจะมาหาคำตอบข้อนี้กัน

เงินฝากปลอดภาษีตัวช่วยออมเงินสุดคุ้มที่ไร้ความเสี่ยง

การฝากประจำแบบปลอดภาษีถือเป็นการออมเงินและการลงทุนอีกช่องทางหนึ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความนิยม ด้วยความเชื่อมั่นที่มีต่อสถาบันการเงิน และไม่ต้องการเอาเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดไปเสี่ยงลงทุนประเภทอื่น การฝากประจำจึงกลายมาเป็นทางออกที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ เพราะหากคุณเลือกออมเงินด้วยการเปิดบัญชีฝากออมทรัพย์ นอกจากดอกเบี้ยต่อปีอันน้อยนิดแล้ว และคุณยังต้องเสียภาษีให้สรรพากร หากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของคุณเกิน 20,000 บาท หรือยอมถูกหัก 15% เพื่อไม่ให้ธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยให้สรรพากรทราบ เรียกได้ว่าเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุทั้งขึ้นทั้งล่องเลยทีเดียว

รู้ก่อนออม เงื่อนไขการเปิดบัญชีฝากประจำปลอดภาษีที่เป็นมาตรฐานของทุกธนาคาร

             ก่อนที่คุณจะเปิดบัญชีฝากประจำปลอดภาษี คุณควรศึกษาเงื่อนไขของการฝากประจำเสียก่อน เพื่อให้ไม่เกิดความผิดพลาดจนอดได้กำไรจากดอกเบี้ยก้อนโต

ธนาคารจะมีกำหนดระยะเวลาฝากติดต่อกันอย่างต่ำไม่น้อยกว่า 24 เดือน (เงื่อนไขระยะเวลาขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร) และคุณไม่สามารถถอนเงินออกมาใช้ก่อนได้

ต้องฝากเป็นประจำทุกเดือนจนกว่าจะครบระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด และฝากในจำนวนเงินที่เท่ากันเสมอ โดยกำหนดให้ไม่เกินเดือนละ 25,000 บาท (ยอดเงินฝากเริ่มต้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร) จึงจะได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีและอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากเงินทั่วไป

อนุญาตให้ขาดส่งได้ไม่เกิน 2 ครั้ง มากกว่านั้นอัตราดอกเบี้ยจะลดเท่าบัญชีฝากออมทรัพย์ทั่วไปทันที

1 คนสามารถเปิดได้เพียงบัญชีเดียวเท่านั้น

แนะนำบัญชีเงินฝากประจำดอกเบี้ยสูง 2562 แบบปลอดภาษี

ทราบเงื่อนไขและกฎกติกาในการเปิดบัญชีกันไปแล้ว ถึงเวลาเลือกกันแล้วว่า ธนาคารไหนบ้างที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงและมีเงื่อนไขดี ๆ ที่โดดเด่นเหมาะสมและคุ้มค่าต่อการออมและการลงทุนสำหรับการฝากเงินประเภทฝากประจำแบบปลอดภาษี ประจำปี 2562

1. ธนาคารไทยเครดิต รายย่อย จำกัด

             อัตราดอกเบี้ยที่สูงถึง 2.6 – 2.85 % ต่อปี แต่มีเงื่อนไขว่าต้องฝากประจำไม่น้อยกว่า 36 เดือนขึ้นไป จึงจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าว และต้องเปิดบัญชีขั้นต่ำในจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 1,000 บาทขึ้นไป รวมถึงจำนวนเงินฝากในแต่ละเดือนขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 บาทขึ้นไปเช่นกัน

2. ธนาคารธนชาต

             ดอกเบี้ยสูงถึง 2.6 % ต่อปี โดยต้องฝากประจำอย่างน้อย 24 เดือนขึ้นไป จึงจะได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่ธนาคารกำหนด ใช้เงินเปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 300 บาทขึ้นไป สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท การฝากเงินในแต่ละครั้งต้องไม่น้อยกว่า 300 บาทขึ้นไป โดยห้ามฝากเป็นจำนวนเศษเงินที่น้อยกว่าหลักร้อย อาทิ 350, 450 บาท ให้เพิ่มได้เฉพาะจำนวนในหลักร้อยเท่านั้น อาทิ 400, 500 บาท และต้องมีบัญชีออมทรัพย์ชื่อเดียวกับบัญชีฝากประจำเพื่อใช้ในการโอนเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดตามระยะเวลาที่ทำข้อตกลงไว้กับธนาคาร

3. ธนาคารยูโอบี

             ดอกเบี้ยสูงถึง 2 – 2.5 % ต่อปี แต่มีเงื่อนไขว่าต้องซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตและมีเบี้ยชำระขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 50,000 บาท ต่อปี และต่อกรมธรรม์ ซึ่งกรมธรรม์ที่ซื้อจะต้องอนุมัติก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2562 จึงจะสามารถเปิดบัญชีเงินฝากปลอดภาษีทวีสินได้ ซึ่งกำหนดยอดขั้นต่ำในการฝากที่ไม่น้อยกว่า 1,000 บาทต่อเดือน หรือ 10 % ของเบี้ยกระกันปีแรก แต่รวม ๆ แล้วต้องไม่เกิน 25,000 บาท ตามเงื่อนไขการใช้บริการฝากประจำของทุกธนาคาร โดยต้องฝากเป็นประจำสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 24 เดือนขึ้นไปจึงจะได้ดอกเบี้ยในอัตราที่ธนาคารยูโอบีกำหนด

             มาถึงตรงนี้คงจะพอได้คำตอบกันบ้างแล้วว่าคุณควรเลือกฝากประจำธนาคารไหนดี ที่จะช่วยให้การออมและการลงทุนของคุณครั้งนี้คุ้มค่าและคุ้มกับเม็ดเงินที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย เริ่มฝึกวินัยทางการเงินให้กับตนเอง ดีกว่าหมดเงินไปกับการช้อปปิ้งอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องง่ายแสนง่ายแม้นอนอยู่บนเตียงที่บ้าน

คุณก็สามารถช้อปปิ้งออนไลน์เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา และสินค้าต่าง ๆ นานาชนิดได้ครบวงจร มิหนำซ้ำยังมาพร้อมกับโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม ที่ท้าทายเงินในบัญชีของคุณเสียเหลือเกิน ด้วยเหตุนี้คุณควรรีบดึงสติ เริ่มฝึกตนเองให้เป็นคนมีวินัย และรู้จักวางแผนทางการเงินด้วยการออมเงินอย่างรู้เท่าทันเสียแต่วันนี้ รับประกันได้ว่าคุณจะห่างไกลจากหายนะต่าง ๆ ทางการเงินแน่นอน

ช้อปฟินๆ กับ Shopee 4.4 Crazy Flash Sale รวมไอเท็มดังลดราคาปังที่สุด! มาพร้อมโปรโมชั่นส่งฟรีทั่วประเทศ ขั้นต่ำ 0 บาทที่ทุกคนรัก! พร้อม Midnight Flash Sale ให้คุณได้เลือกช้อปไอเท็มเด็ดๆ ราคาพิเศษทุกเที่ยงคืน เพลินเพลินไปกับการช้อปของใช้ในบ้านและ Groceries ใน Shopee Supermarket Fair และซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ในราคาดีที่สุดกับ Shopee Home Expo รีบช้อปด่วน! ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม – 5 เมษายน 2020 นี้!

Continue Reading

ประโยชน์ และโทษของการเอกซเรย์

เอกซเรย์เคลื่อนที่

การรักษาโรคหรือการพยาบาลในสมัยนี้ นับว่ามีความทันสมัยและก้าวหน้ามาก ทำให้การรักษาต่างๆ มีคุณภาพและได้ประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อที่จะให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ปัจจุบันจึงการรักษาพยาบาล หรือตรวจสุขภาพแบบเคลื่อนที่ ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก อย่างเช่นในหมู่บ้าน ชาวบ้านที่เดินทางไปมาไม่สะดวก อุปกรณ์ต่างๆ ก็ครบครันไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือเหมือนในโรงพยาบาล มีทั้ง เอกซเรย์เคลื่อนที่ ที่สามารถตรวจอวัยวะภายในของเราได้เลย ว่ามีความผิดปรกติอย่างไรได้บ้าง

เพราะการตรวจสุขภาพของเรา ไม่สามารถที่จะตรวจจากภายนอกได้ทุกอย่าง การตรวจให้เห็นอวัยวะภายใน จะช่วยให้การรักษา และการวินิจฉัยโรคนั้น มีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งที่นิยมมากที่สุดก็คือ การเอกซเรย์ แต่ว่าไปแล้ว มันก็มีทั้งงข้อดีและข้อเสียเหมือนกันสำหรับการตรวจลักษณะนี้ ลองมาดูว่าเป็นอย่างไร

ประโยชน์ การเอกซเรย์ จะช่วยให้เราเห็นอวัยวะภายในของเราได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นระบบเนื้อเยื่อ ว่ามีวามผิดปรกติหรือไม่ สามารถที่จะตรวจได้ทุกเพศทุกวัย การเอกซเรย์ในโรงพยาบาล หรือว่า เอกซเรย์เคลื่อนที่ มีประโยชน์อย่างมาก ที่จะช่วยให้การรักษาโรคต่างๆ นั้นตรงกับอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายของงแต่ละคน ส่วนใหญ่ที่เราเห็น และนิยมเอกซเรย์กันเป็นส่วนใหญ่ก็คือ การเอกซเรย์ปอด หัวใจ เพื่อดูความผิดปรกติ

เพราะอวัยวะเหล่านี้ จะเสื่อมลงเรื่อยๆ เมื่อเราอายุสูงขึ้น และยิ่งเป็นคนที่มีความเสี่ยงจากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นทำงานในที่ฝุ่นเยอะ หรือว่าสารเคมีเยอะ ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับอวัยวะภายใน ก็มีมากขึ้น คนที่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ควรจะตรวจด้วยการเอกซเรย์ให้ละเอียด นอกจากนี้ยังสามารถดูฟัน และโครงสร้างต่างๆ ที่เกี่ยวกับฟันได้ด้วย เอกซเรย์เคลื่อนที่ สามารถที่จะดูความผิดปรกติต่างๆ ที่เกี่ยวกับฟันของเราได้ เช่นฟันคุด เหงือก เป็นต้น

โทษ ของการเอกซเรย์ เนื่องจากการเอกซเรย์ เป็นการฉายรังสีเข้าสู่ร่างกายของเรา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นประโยชน์ มันก็ให้โทษได้เช่นกัน นั่นก็คือ รังสีที่เกิดจากการฉายนั้น อาจจะทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายของเราถูกทำลายลงได้ และถ้าการเอกซเรย์ที่ต้องใช้รังสีเยอะ ก็ยิ่งงมีความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน นอกจากนี้

การเอกซเรย์ในโรงพยาบาล หรือการ เอกซเรย์เคลื่อนที่ ยังส่งผลกับทารกในครรภ์อีกด้วย เพราะรังสีเหล่านี้ สามารถที่จะทำลายเซลล์ของทารก ให้เกิดความเสียหาย จนส่งผลให้เกิดอาการแท้ง หรือว่าเด็กพิการได้เลย  และยิ่งคนที่ต้องรักษาโรค โดยการใช้รังสีเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ก็ยิ่งที่จะมีความเสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิม จึงงไม่ควรจะรักษา หรือใช้รังสีนี้บ่อยนัก นอกจากแพทย์จะสั่งหรือต้องงงการดูความผิดปรกติของร่างงกายผู้ป่วยเท่านั้น

แต่ถึงอย่างไรก้ตามการ เอกซเรย์เคลื่อนที่ ก็ยังจำเป็นต่อการรักษาโรคอยู่ดี เพราะไม่มีวิธีไหนอีกแล้ว ที่จะช่วยให้เรามองเห็นอวัยวะภายในได้ เท่ากับการเอกซเรย์ และการตรวจก็ง่าย รวดเร็วมาก เพียงแค่ไม่กี่วินาที ก็เสร็จแล้ว และไม่จำเป็นจะต้องเตรียมตัวเหมือนกับการรักษาอื่นๆ ที่ต้องอดอาหาร หรือว่าอดน้ำไปตรวจ เพียงแต่เน้นเรื่องการแต่งตัวของเราเท่านั้น ไม่ให้ไปบังรังสี เพราะอาจจะทำให้ผลการตรวจหรือเอกซเรย์ไม่ชัด

Continue Reading

ทำความรู้จักกับ ก๊าซออกซิเจน

เครื่องวัดก๊าซออกซิเจน

ก๊าซออกซิเจน ( O2 ) คือ ออกซิเจนในสภาวะก๊าชที่มีอยู่ในอากาศ โดยธรรมชาติเกิดมาจากกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช ก๊าชออกซิเจนเป็นก๊าซที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ ถ้าขาดก๊าชออกซิเจนก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะหลังจากเราหายใจเข้าไปก๊าชออกซิเจนจะถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น กระบวนการเปลี่ยนแปลงอาหารให้เป็นพลังงาน กระบวนการรักษาเซลล์ การสังเคราะห์เอนไซม์หรือวิตามินที่ใช้ในร่างกาย เป็นต้น

โดยในอากาศจะมีค่าก๊าชออกซิเจนผสมอยู่ร้อยละ 21 รองมาจากก๊าซไนโตรเจนที่มีอยู่ประมาณร้อยละ 78 ก๊าชออกซิเจนเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสชาติ ละลายน้ำได้ ไม่ติดไฟแต่ทว่าออกซิเจนเป็นสารที่ช่วยให้ติดไฟ นั่นคือถ้าไม่มีออกซิเจนก็จะไม่สามารถติดไฟได้

Spo2 คือ ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเส้นเลือดฝอยของเส้นโลหิตฝอยซึ่งเป็นค่าประมาณของปริมาณออกซิเจนในเลือด เป็นเปอร์เซ็นต์ของเฮโมโกลบินออกซิเจน หรือ ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดในเลือด ซึ่งเป็นรอบการหายใจ

Oxygen saturation คือ การวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด ซึ่งปกติอยู่ที่ระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแดงปกติในมนุษย์อยู่ที่ 95–100 เปอร์เซ็นต์

ออกซิเจนนอกจากจะอยู่ในอากาศแล้วยังเป็นพบอยู่รวมกับธาตุชนิดอื่น ๆ รอบตัวเราอีกด้วย เช่น น้ำ ( H2O )  ก๊าชคาร์บอนไดออกไซต์ ( CO2 ) เป็นต้น

การใช้งานออกซิเจนของร่างกาย

ก๊าชออกซิเจนจะเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจเข้าไปสู่ปอด เมื่อก๊าชออกซิเจนเข้าสู่ปอดจะเกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซเพื่อให้ก๊าซออกซิเจนเข้าไปจับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงและเดินทางเข้าหัวใจ หัวใจจะส่งเม็ดเลือดแดงที่เต็มไปด้วยออกซิเจนนี้ไปยังอวัยวะต่าง ๆ เพื่อที่ออกซิเจนจะเข้าไปช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึมของงเซลล์ตามอวัยวะเพื่อรักษาให้เซลล์มีชีวิตอยู่ต่อไป เช่น เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ตับ เซลล์ไต เซลล์สมอง เป็นต้น ถ้าร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจนหรือได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการจะทำให้เซลล์ตายส่งผลให้อวัยวะตายตามไปด้วย

ซึ่งในปัจจุบันนี้ เรามีเครื่องวัดก๊าซออกซิเจนกันแล้ว ซึ่งเครื่องวัดก๊าซออกซิเจนจะสามารถวัดทั้งก๊าซออกซิเจน และก๊าซสำคัญอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อร่างกายด้วย อีกทั้งเครื่องวัดก๊าซออกซิเจนยังสามารถทำงานบนความชื่นได้ดีอีกด้วย

Continue Reading

พิษเศรษฐกิจ กับ การรับดูแลผู้สูงอายุ

รับดูแลผู้สูงอายุ

ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะลาออกจากงานประจำมาทำงานฟรีแลนซ์หรือรับจ้างทั่วไปอยู่ที่บ้าน ทุกคนต่างมองหางานประจำ เพื่อให้การเงินนั้นคงที่ และสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เป็นเหตุให้วัยทำงาน ไม่สามารถอยู่ติดกับบ้านได้ หากว่ามีผู้สูงอายุหรือเด็กอยู่ด้วยแล้ว คงเป็นไปได้ยากที่จะละเลยการดูแล เนื่องจากทั้งสองวัย ต้องการที่จะได้รับการดูแลมากกว่าวัยอื่นๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุอาจพบเจอกับภาวะปัญหาหลายๆ อย่าง ที่ทำให้ไม่สามารถพึ่งพาหรือช่วยเหลือตนเองได้ จึงจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลจากคนในครอบครัว โดยปัญหาที่กล่าวมานั้น มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

ปัญหาที่พบมากในผู้สูงอายุ

  1. ปัญหาทางด้านสุขภาพกาย ด้วยกลไกระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างได้ได้เสื่อมตามสภาพของอายุ จึงทำให้ปัญหาด้านสุขภาพเสื่อมโทรม มีโรคภัยต่างๆ เบียดเบียน ทั้งโรคทางกาย และทางสมอง ผู้มีอายุเกิน 65 ปี มักมีการเปลี่ยนแปลงทางสมองคือ โรคสมองเสื่อม โรคหลงลืม โรคซึมเศร้า
  2. ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ผู้สูงอายุที่มีฐานะไม่ดี ไม่มีลูกหลานดูแลอุปการะเลี้ยงดู อาจจะไม่มีรายได้ หรือรายได้ไม่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงชีพ รวมถึงไม่มีที่อยู่อาศัย ทำให้ได้รับความลำบาก
  3. ปัญหาทางด้านความรู้ ผู้สูงอายุไม่มีโอกาสได้รับความรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง ให้เหมาะสมกับวัย และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อให้เข้ากันได้กับเยาวชนรุ่นใหม่
  4. ปัญหาทางด้านสังคม ผู้สูงอายุอาจจะไม่ได้รับการยกย่องจากสังคมเหมือนเดิม โดยเฉพาะผู้ที่เคยเป็นข้าราชการ ตำแหน่งสูงซึ่งเคยมีอำนาจและบริวารแวดล้อม เมื่อเกษียณอายุราชการ อาจเสียดายอำนาจและตำแหน่งที่เสียไป
  5. ปัญหาทางด้านจิตใจ ผู้สูงอายุจะไม่ได้รับความเอาใจใส่ และความอบอุ่นจากลูกหลานอย่างเพียงพอ ทำให้รู้สึกว้าเหว่ อ้างว้าง และอาจจะมีความวิตกกังวลต่างๆ
  6. ปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว ปัญหาผู้สูงอายุที่น่าเป็นห่วงคือ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และวัฒนธรรม ในอดีตจะเป็นครอบครัวใหญ่ ที่เรียกว่า ครอบครัวขยาย ทำให้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น และเกิดความอบอุ่น ระหว่างพ่อ แม่ และลูกหลาน ในปัจจุบันครอบครัวคนไทย โดยเฉพาะในเขตเมืองจะเป็นครอบครัวเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ ลูกหลานจะมาทำงานในเขตเมืองทิ้งพ่อแม่ให้เฝ้าบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่ได้รับการดูแล และได้รับความอบอุ่นดังเช่นอดีตที่ผ่านมา
  7. ปัญหาค่านิยมที่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงจากภาวะทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม ทำให้เยาวชนมีความกตเวทีต่อพ่อ แม่ ครูอาจารย์ น้อยลง ผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแล ต้องอาศัยสถานสงเคราะห์คนชรา

แต่ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างที่อาจมากกว่าพิษของเศรษฐกิจที่ทำให้ลูกหลานไม่สามารถอยู่บ้านดูแลผู้สูงอายุได้ด้วยตนเอง ในปัจจุบันจะพบว่ามีบริการ รับดูแลผู้สูงอายุ ทั้งที่ทำไปฝากไว้ยังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือรับดูแลผู้สูงอายุที่บ้านตามเวลา เป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกหลานที่ห่วงใยเรื่องของปัญหาต่างๆ ที่จะกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุได้ แต่ในการมองหาที่รับดูแลผู้สูงอายุนั้น จะต้องมีการศึกษาให้ดีเสียก่อน หากรับผู้ดูแลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดความรู้ความสามารถ อาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้

Continue Reading

การเลือกซื้อของเล่นให้กับเด็ก

https://www.bbtoysth.com/

ช่วงวัยเด็กถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งในการที่เด็กจะได้เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะของเล่นของเด็กในวัยเรียนนั้นจะถูกออกแบบมาเป็นการเฉพาะเพื่อกระตุ้นจินตนาการของเด็กในวัยเรียนทั้งยังช่วยส่งเสริมลักษณะนิสัยให้เด็กรักการเรียนรู้ โดยของเล่นที่เหมาะสมกับเด็กในวัยเรียนนี้มีอยู่อย่างมากมายให้เลือกซื้อ

            เด็กในวัยเล็กก่อนเข้าเรียนควรที่จะเล่นของเล่นที่มีขนาดเล็ก ผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัย ทั้งนี้ พ่อแม่และผู้ปกครองควรที่จะดูแลระมัดระวังการเล่นของเล่นของเด็กอย่างใกล้ชิด และในการเลือกซื้อของเล่นให้แก่เด็กวัยเล็ก พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะพิจารณาให้รอบคอบว่าของเล่นดังกล่าวมีคุณภาพและมีความปลอดภัยมากเพียงพอ โดยเด็กในวัยเล็กก่อนเข้าเรียนนี้มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมเลียนแบบสิ่งที่เด็กได้เห็นและสัมผัส ดังนั้นของเล่นที่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยเล็กก่อนเข้าเรียนก็คือของเล่นจำพวกที่มีพฤติกรรมเลียนแบบพ่อแม่ผู้ปกครองที่ดี ได้แก่ ของเล่นจำพวกทำกับข้าว ทำงานบ้านและ อื่น ๆ ที่เป็นพฤติกรรมที่สมควรแก่การทำตามแบบอย่าง

            เมื่อเด็กเริ่มเติบโตขึ้นเข้าสู่วัยเรียน ของเล่นที่เหมาะสมกับเด็กก็จะเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น โดยของเล่นที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่ บล็อคต่อ เลโก้ โดยเด็กจะนำมาต่อเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้แก่ อาคาร บ้าน ตึก และหุ่นยนต์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการของเด็กและฝึกให้เด็กรู้จักวางแผน นอกจากนี้ยังมีแป้งโดว์สำหรับปั้นเป็นรูปร่างต่าง ๆ โดยแป้งโดว์นี้ถือเป็นของเล่นที่ปลอดภัย มีความอ่อนนุ่ม ผลิตมาจากวัสดุธรรมชาติที่ใช้ทำขนม ซึ่งของเล่นชนิดนี้จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านความคิดและสมองของเด็กให้มีจินตนาการที่กว้างไกล และสิ่งที่เหมาะสำหรับเด็กวัยเข้าเรียนอีกประเภทหนึ่งก็คือหนังสือ เช่น หนังสือนิทานต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เล่านิทานที่จะช่วยแบ่งเบาเวลาของพ่อแม่และผู้ปกครองได้อีกด้วย

            จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันมีของเล่นจำพวกต่าง ๆ อยู่มากมายซึ่งการเลือกซื้อของเล่นชนิดต่าง ๆ ย่อมขึ้นอยู่ความเหมาะสมของช่วงวัยของเด็กตลอดจนความเห็นชอบจากพ่อแม่และผู้ปกครองด้วย ดังนั้น หากพ่อแม่และผู้ปกครองสามารถให้คำแนะนำแก่เด็กในการเลือกซื้อของเล่นได้อย่างเหมาะสมแล้ว ก็จะเป็นการช่วยเพิ่มพูนทักษะ ประสบการณ์ และความรู้ให้แก่เด็กได้อย่างดียิ่ง แต่หากเด็กไม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมในการเลือกซื้อของเล่นแล้ว นอกจากจะเป็นการสิ้นเปลืองเงินไปโดยไม่คุ้มค่าแล้วยังอาจทำให้เด็กได้รับอันตรายและความรู้ที่ผิดอีกด้วย การเลือกซื้อของเล่นภายใต้การดูแลของพ่อแม่และผู้ปกครองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างสูงสุด

คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการหาของเล่นให้ลูกน้อยของคุณ สามารถเลือกซื้อของเล่นออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://www.bbtoysth.com/ ที่มีของเล่นให้เลือกมากมาย

https://www.bbtoysth.com/
Continue Reading

เพิ่มอากาศดี ๆ ในบ้าน เพื่อสุขภาพที่ดี

เพิ่มอากาศดี ๆ ในบ้าน เพื่อสุขภาพที่ดี

อากาศดี ๆ เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ และไม่ต้องใช้เงินซื้อ แต่สมัยนี้ มลพิษทางอากาศนั้นมีเพิ่มขึ้น ทั้งปัญหาฝุ่นควันจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ ฝุ่นจากไซต์งานก่อสร้าง ที่ปนเปื้อนไปด้วยสารพิษและสารที่มีโทษต่อร่างกาย เราจึงมีโอกาสในการได้รับสารพิษผ่านทางอากาศได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานที่ที่ควรมีอากาศดี ๆ อยู่เสมอควรจะเป็นบ้าน เพราะบ้านเป็นสถานที่ที่เราใช้เวลาอยู่กับมันมากที่สุด แต่จะเพิ่มอากาศดี ๆ ในบ้าน ได้อย่างไร เลื่อนลงมาอ่านกันได้เลย

เพิ่มอากาศดี ๆ ในบ้าน เพื่อสุขภาพที่ดีของสมาชิกในครอบครัว

  • ติดตั้งหน้าต่าง

หน้าต่าง จะช่วยให้บ้านสามารถรับลมธรรมชาติและแสงแดดได้มากขึ้น พร้อมทั้งช่วยระบายอากาศ แต่ควรเลือกหน้าต่างในขนาดที่เหมาะสมกับตัวบ้านและพิจารณาทิศทางของแสงด้วย หากติดหน้าต่างบานใหญ่ในฝั่งทิศตะวันออกหรือตะวันตก แสงแดดก้อาจเข้ามาเยอะและทำให้บ้านร้อนได้ หากจำเป็นจริง ๆ ก็ให้หาผ้าม่านหรือมูลี่มากั้นไว้อีกชั้นหนึ่งก็ได้

  • ติดตั้งพัดลมดูดอากาศ

บ้านหรือคอนโด อาจมีมุมอับลมหรืออากาศไม่ถ่ายเท ซึ่งจะก่อให้เกิดฝุ่นสะสมและมีกลิ่นอับได้ หากคนไปอยู่บริเวณนั้นก็อาจหายใจไม่สะดวกนัก การติดตั้งพัดลมดูดอากาศจะช่วยให้มีอากาศหมุนเวียนในบ้านตลอดเวลา จึงช่วยลดปัญหากลิ่นอับในบ้านลงได้

  • ติดตั้งเครื่องดูดควันในห้องครัว

เวลาที่ทำอากาศในห้องครัวและมีการเปิดเตาแก๊สเพื่อประกอบอาหาร จะทำให้มีไอความร้อนสะสมอยู่ในบริเวณครัว และมีกลิ่นอาหารอยู่ด้วย หากพื้นที่ครัวไม่ได้อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทก็อาจจะสะสมจนเป็นกลิ่นเหม็นอับ บวกกับความร้อนที่ไม่ถูกระบายออกก็จะทำให้อากาศในบ้านไม่สดชื่น การติดตั้งเครื่องดูดควันจึงช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ทั้งไอร้อนและกลิ่นอาหารจะถูกดูดออกไปและช่วยให้อากาศภายในบ้านปลอดโปร่งขึ้น

  • ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ

การฟอกอากาศ จะช่วยเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้กับบริเวณบ้าน ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพของสมาชิกภายในบ้าน โดยการฟอกอากาศจะช่วยดักจับฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ให้มีปริมาณลดน้อยลง เพิ่มกลิ่นที่สดชื่นในอากาศ ลดปัญหาภูมิแพ้ฝุ่นและโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ลองมองหาเครื่องฟอกอากาศดี ๆ สักเครื่องมาติดตั้งไว้ในบ้านก็ดีเหมือนกันนะ

ฟอกอากาศ
Continue Reading

ทำไมคนเท้าแบนต้องใส่ รองเท้าสำหรับเท้าแบน ?

รองเท้าสำหรับเท้าแบน

ภาวะเท้าแบน (Flat Feet) คือ ลักษณะของเท้าที่ไม่มีส่วนโค้งเว้าตรงกลางเท้า เมื่อลุกขึ้นยืน ฝ่าเท้าจะราบแนบไปกับพื้นทั้งหมด เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่เกิด หรือกระดูกเท้ายังเจริญไม่เต็มที่เมื่ออยู่ในครรภ์ รวมทั้งได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่ยึดเชื่อมกัน บางคนอาจได้รับการถ่ายทอดลักษณะดังกล่าวมาทางพันธุกรรม เนื้อเยื่อที่เชื่อมกันตรงฝ่าเท้ายืดและอักเสบ นอกจากนี้ ภาวะเท้าแบนอาจเกิดจากการได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือเสื่อมสภาพไปตามอายุ ตามการสวมใส่รองเท้าตามวิถีชีวิตที่ดำเนินในแต่ละวันก็เป็นได้ 

อาการของภาวะเท้าแบน ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยจะปรากฏสัญญาณหรืออาการใดๆ มากนัก แต่บางคนอาจจะรู้สึกมีอาการเจ็บปวดที่บริเวณเท้าโดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าและอุ้งเท้า และอาการจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่มีส่วนทำให้อาการเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น อาจเกิดอาการบวมที่ข้อความร่วมด้วย โดยทั่วไป ผู้ที่เกิดภาวะเท้าแบนที่ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาภาวะดังกล่าว แต่หากมีอาการที่จะกล่าวต่อไป ให้เข้าพบและปรึกษาแพทย์โดยทันที

  1. เมื่อรู้สึกเจ็บที่ฝ่าเท้าถึงแม้จะสวมรองเท้าที่ช่วยแก้ปัญหาภาวะเท้าแบน อย่างรองเท้าสำหรับเท้าแบน หรือแผ่นเสริมสำหรับเท้าแบนแล้วก็ตาม
  2. มีอาการอักเสบและบวมของฝ่าเท้าและข้อเท้าด้านใน
  3. รู้สึกเจ็บปวดที่อุ้งเท้าและส้นเท้า
  4. เมื่อยืนแล้วมีอาการเจ็บปวด จนทรงตัวและเคลื่อนไหวอย่างลำบาก
  5. ลักษณะของเท้าแบนมากขึ้น
  6. ฝ่าเท้ามีอาการอ่อนแรง ชา หรือเกิดอาการฝ่าเท้าแข็ง

นอกจากนี้อาการเท้าแบนอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง ดังนี้ 

  1. หากอาการเท้าแบนรุนแรงมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการเดิน การทรงตัวของผู้ป่วย ซึ่งมีอาการเจ็บปวดที่เท้าและหลังมากขึ้น ซึ่งหมายรวมไปถึงอาการปวดของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และอาการอักเสบของเส้นเอน
  2. ผลจากการเดินและรูปเท้าที่เปลี่ยนไป อาจทำให้เกิดความผิดปกติของรูปเท้าอื่นๆได้ เช่น นิ้วมีลักษณะผิดแปลกไปจากเดิม
  3. เมื่อไม่สามารถลงน้ำหนักที่เท้าได้เต็มที่ แรงกระแทกจากการเคลื่อนไหวจะส่งไปที่ขามากขึ้น 
  4. เมื่ออาการหนัก ผู้ป่วยจะต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตเป้นอย่างมาก เพราะเท้าเป็นอวัยวะที่ต้องใช้งานอยู่ตลอด 

อย่างไรก็ตาม ภาวะเท้าแบนสามารถจัดการและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงได้ จากการเลือกสวม รองเท้าสำหรับเท้าแบน หรืออุปกรณ์เสริมที่เท้าเพื่อลดอาการเจ็บปวด และเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแรงกระแทกอย่างหนักที่ฝ่าเท้าได้ เป็นต้น

Continue Reading

โดนแมวข่วน เสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง

แมวข่วน

การเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบัน ถือว่าเป็นค่านิยมและเป็นสิ่งที่คนมักจะทำกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยง สุนัข แมว หรือ การะต่าย สารพัดชนิด ที่คนมักสรรหา เอามาเลี้ยงเป็นเพื่อนในยามเหงา หรือไม่มีคนอยู่ด้วย สัตว์เลียงบางอย่างก็อันตราย บางอย่างก็ไม่เป็นอันตราย เราจะเลี้ยงสัตว์อะไรก็ตาม เราต้องศึกษาพฤติกรรม และนิสัยของสัตว์ชนิดต่างๆ เหล่านั้นให้ดีเสียก่อน ว่ามีอะไรบ้างที่เราต้องระวัง

อย่างเรื่องของแมวนั้น บางคนอาจจะคิดว่ามันไม่เป็นอันตรายกับเราเลย แต่มันก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะแมวก็สามารถที่จะทำอันตรายกับเราได้ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเกิดโรคต่าง ๆ ได้เช่นกัน และสิ่งที่คนรักแมวมักเป็นกันทุกคนนั่นก็คือ การโดนแมวข่วน ลองมาดูกันว่า ถ้าเราโดนแมวข่วนนั้น มันจะส่งผลอย่างไร กับร่างกายของเรา มันจะเป็นอะไรหรือไม่

ถ้าเราโดนแมวข่วน สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ ควรไปฉีดยากันพิษสุนัขบ้า ไม่ว่าเราจะโดนข่วนมากหรือน้อยก็ตาม ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน โดยไม่ต้องรอดูอาการของมัน อย่าให้มันเกิดอาการแปลกๆ กับร่างกายของเราก่อน ค่อยไปรักษา แบบนั้นอาจจะไม่ทันการก็ได้ สำหรับการฉีดหนึ่งครั้ง วัคซีนจะอยู่ได้ถึง 5 ปี แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยฉีดก็ควรจะไปฉีด เพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน

โรคที่มาจากการโดนแมวข่วน

1.ติดเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ที่มากับแมว อาจจะทำให้แผลอักเสบ และเป็นหนองได้2.โรคพิษสุนัขบ้า โรคชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะแมว บางทีอาจจะไปโดนหมากัด และหมาติดเชื้อนี้อยู่ก่อนแล้ว ถ้าเราโดนแมวข่วน เราก็อาจจะติดเชื้อได้เช่นกัน

3.บาดทะยัก ไม่ว่าจะโดนแมวกัดหรือแมวข่วน ก็ขวดไปฉีดกวัคซันกันบาดทะยักทันที หากไม่เคยฉีดมาก่อนเลย ก็เสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ง่ายกว่าคนที่เคยฉีด

4.โรคแมวข่วน โรคนี้มักจะมีอาการ มีไข้ บริเวณที่โดนข่วนก็จะเป็นผื่นแดง และอาจจะกลายเป็นหนองได้ และถ้าร้ายแรงที่สุด ก็อาจจะเป็นถึงขั้นระบบประสาทอักเสบ ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาได้ทันการ ก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

5. เนื้อเน่า หากไม่ได้รับการรักษา ก็มักจะเกิดอาการอักเสบและเป้นหนอง บางรายอาจจะช็อกได้ หากใครที่อาการเป็นลักษณะนี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งอันตรายต่อร่างกายมากเท่านั้น

นี่ก็เป็นอันตรายที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราโดนแมวข่วน ฉะนั้น ไม่ว่าเราจะโดนแมวข่วน หรือกัน ไม่ว่าจะเป็นแผลขนาดใหญ่หรือเล็กก็ตามเราก็ควรไปรับการรักษา เพื่อป้องกันเอาไว้ ก่อนมันจะสายเกินแก้ ยิ่งคนที่มักจะมองข้าม ว่ามันคงไม่เป็นอะไรหรอก ก็ยิ่งอันตรายมากเท่านั้น การป้องกันและการรีบรักษา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์ บางทีมันอาจจะไม่เป็นอันตรายแค่กับเราคนเลี้ยงเท่านั้น มันอาจจะไปทำอันตรายให้กับคนอื่นก็ได้

Continue Reading

สมุนไพรไทย ที่ควรมีไว้ติดบ้าน

ยาสมุนไพร

ยาสมุนไพร ถือเป็นภูมิปัญญาด้านการแพทย์ของคนไทยที่มีมานานหลาบยุคหลายสมัย แม้ในปัจจุบันจะมีแพทย์แผนปัจจุบัน และ ยาสมัยใหม่ที่ออกฤทธิ์ได้ดีกว่า และ เร็วกว่าก็ตาม แต่การที่มีสมุนไพรติดบ้านไว้ก็ช่วยให้สามารถรักษาและ บรรเทาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้น  หรือ ในอาการป่วยที่ไม่รุนแรง ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายค่ารักษาและ ค่ายาไปได้ไม่มากก็น้อย วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลของสมุนไพร 5 ชนิดที่ควรมีไว้ติดบ้าน

  1. กะเพราแดง

ผัดกะเพราคงเป็นอีกเมนูหนึ่งที่หลาย ๆ บ้านชอบทำกินกัน เพราะสามารถทำได้ง่าย และมีรสชาติดี หลายบ้านเลือกที่จะปลูกต้นกะเพราแดงไว้ติดบ้าน เพราะสามารถหยิบมาใช้ทำอาหารได้บ่อย และ ปลูกได้ง่าย แถมขยายพันธุ์ได้ไวอีกด้วย แต่นออกจากความหอม อร่อยของกะเพราแดงแล้วนั้น กะเพราแดงยังมีสรรพคุณทางยามากมายจนคุณอาจะคิดไม่ถึง อย่างแรกเลยคือ ใบกะเพรานั้นมีฤทธิ์ทำให้ร่างกายอบอุ่น และ ช่วยป้องกันการเกิดหวัดได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย   

  • ขิง

อันดับต่อมาคือ ชิง ขิงเป็นพืชที่มีฤทธิ์ร้อน ทำให้ร่างกายอบอุ่น สามารถบรรเทาอาการท้องอืดได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาใช้ทำได้ทั้งอาหาร และ เครื่องดื่ม รวมถึงขนมบางชนิด นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการท้องอึดได้แล้ว ขิงยังสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือด และ ความดันโลหิตอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ๆ   

  • ขมิ้น

ขมิ้น เป็นสมุนไพรที่สามารถใช้ได้ทั้งภายในและ ภายนอก ในการใช้ภายใน ขมิ้นมีฤทธิในการขับลมได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีฤทธิในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดอการอักเสบในร่างกายได้เป็นอย่างดี ส่วนการนำมาใช้ภายนอก เนื่องจากขมิ้นมีสารช่วยลดการอักเสบ หลายคนจึงนิยมนำขมิ้นมารักษาโรคทางผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นสิว หรือ การอักเสบทางผิวอื่น ๆ 

  • ว่านหางจระเข้  

สมุนไพรชนิดสุดท้าย คือ ว่านหางจระเข้ นอกจากจะมีสรรพคุรทางยามากมายแล้ว ยังมีรูปทรงที่สวยงาม หลายคนจึงเลือกปลูกไว้ประดับบ้าน ส่วนสรรพคุณทางยาของว่านหางจระเข้นั้นสามารถใช้ได้ทั้งภายในและ ภายนอก ในการใช้รักษาโรคภายในนั้น ว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ในการลดความเจ็บปวดของบาดแผล และ การอักเสบ เช่น อาการริดสีดวงทวาร และ อาการปวดฟัน ส่วนสรรพคุณทางการรักษาภายนอกนั้น สามารถนำทาผิวหลังจากผิวไหม้แดดได้เป็นอย่างดี รวมทั้งแผลไฟไหม้ และ น้ำร้อนลวกอีกด้วย

เห็นไหมคะว่าการมีสมุนไพรติดบ้านไว้ นอกจากจะเป็นพืชติดสวนเพิ่มความร่มรื่นได้แล้วนั้น ยังมีประโยชน์และสรรพคุณทางยาอีกด้วย เรียกมีแต่ได้ กับได้จริง ๆ ค่ะ 

Continue Reading

ผลข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคุณทานคีโตไดเอท

คีโตไดเอท

หลาย ๆ คนคงใฝ่ในอยากจะมีหุ่นที่ดี และ สุขภาพที่ดีใช่ไหมคะ ซึ่งวิธีการลดน้ำหนัก และ รักษาสุขภาพในปัจจุบันก็มีด้วยหลากหลายวิธี และอีกหนึ่งวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมของคนรักสุขภาพนั้นก็คือ คีโตไดเอท

คีโตไดเอท หรือ ที่พูดกันแบบถนัดปากว่าการกินคีโต คือการบริโภคไขมันดี โปรตีน และ ไฟเบอร์เป็นหลัก โดยหลีกเลี่ยงการกินคาร์โบไฮเดรตและ น้ำตาลให้น้อยที่สุด หรือไม่กินเลย เพื่อให้ร่างกายได้นำไขมันสะสมมาใช้แทนการใช้พลังงานจ้าน้ำตาล และ แป้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วการกินคีโตนั้นสมควรจะอยุ่ในความดูแลของนักโภชนาการ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากคุณกินได้ไม่ถูกวิธีอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดีในระยะยาวแน่นอนค่ะ ส่วนผลข้างเคียงที่ว่านี้มีอะไรบ้างลองไปดูกันดีกว่าค่ะ

  1. ร่างกายจะอยู่ในภาวะจำศีล หากคุณกินอาหารไม่ครบจำนวนแคลอรี่ที่ต้องการต่อวัน

จริง ๆ แล้วการกินคีโตนั้นค่อนข้างมีสูตรที่ตายตัวเรื่องสัดส่วนของอาหารแต่ละประเภท รวมถึงการกินให้เพียงพอต่อจำนวนแคลอรี่ที่ร่างกายเราต้องใช้ในแต่ละวัน เพราะหากคุณไม่คำนวรสิ่งเหล่านี้เลยสิ่งที่จะตามมาคือโรคภัยต่าง ๆ รวมถึงระบบการทำงานของร่างกายที่จะเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น หากคุณกินไม่ถึงแคลอรี่ที่ร่างกายต้องใช้งาน สิ่งที่จะตามมาเป็นอย่างแรกคือ คุณจะเป็นเหมือนหมีที่จำศีล คือร่างกาย และ สมองไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อ่อนแรง และ ไม่ตื่นตัว ซึ่งจะส่งผลแน่ ๆ ต่อการดำเนินชีวิต และ การทำงานของคุณ ดังนั้นการคำนวณแคลอรี่กับการกินจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ในการกินคีโต 

  • อาจเกิดปัญหาเรื่องกระดูกและกล้ามเนื้อ

เรื่องต่อมาคือ อาการขาดวิตามิน และ แร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ เพราะการที่คุณจำกัดการกินนั้น สิ่งที่ตามมาคือ ร่างกายของคุณอาจจะได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ อย่างโพแทสเซียม แคลเซียม ที่จะส่งผลเสียต่อกระดูก และ กล้ามเนื้อของคุณโดยตรง เพราะฉะนั้นหากคุณต้องการที่จะกินคีโตจริง ๆ อย่าลืมคำนึงถึงสารอาหารในแต่ละวัน และ ควรหาวิตามินมาทานควบคู่ไปเพื่อลดความเสี่ยงต่อร่างกายของคุณ

นี่เป็นเพียง 2 ผลเข้างเคียงที่อาจจะเกิดกับคุณได้ หากคุณไม่ศึกษาการกินคีโตแบบจริงจัง หรือ อยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นหากคุณสนใจที่จะดูแลสุขภาพ หรือลดน้ำหนักไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตาม อย่าลืมที่จะศึกษาหาข้อมูลก่อนทุกครั้ง เพราะทุกอย่างนั้นมีทั้งข้อดี ข้อเสีย ไม่เช่นนั้นแล้วจากที่จะได้มีสุขภาพ และ หุ่นที่ดี อาจจะเป็นไปในทางตรงข้าม ซึ่งคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้มันเป็น จริงไหมคะ

Continue Reading